ข่าวปากคาด » มนต์เสน่ห์ปากคาดท่ามกลางวิกฤต: บทเรียนจากสายน้ำโขงและพลังใจชุมชนปี 2569

มนต์เสน่ห์ปากคาดท่ามกลางวิกฤต: บทเรียนจากสายน้ำโขงและพลังใจชุมชนปี 2569

17 สิงหาคม 2026
33   0

มนต์เสน่ห์ปากคาดท่ามกลางวิกฤต: บทเรียนจากสายน้ำโขงและพลังใจชุมชนปี 2569

มนต์เสน่ห์ปากคาดท่ามกลางวิกฤต: บทเรียนจากสายน้ำโขงและพลังใจชุมชนปี 2569

อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ดินแดนที่โอบล้อมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งลำน้ำโขง ไม่เพียงเป็นประตูสู่ธรรมชาติอันงดงาม แต่ยังเป็นศูนย์รวมของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนาน แม้จะเป็นอำเภอที่อาจไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าที่อื่น ๆ แต่ปากคาดก็ซ่อนเร้นความน่าสนใจไว้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานประเพณีสำคัญที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของชุมชนได้อย่างชัดเจน และในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับความท้าทายจากธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลายเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของชุมชนแห่งนี้

สถานการณ์ปัจจุบัน: เมื่อสายน้ำโขงหนุนสูง…ชีวิตที่ต้องปรับตัว

ในห้วงเวลานี้ (สิงหาคม 2569) แม่น้ำโขงได้นำมาซึ่งความท้าทายครั้งสำคัญสำหรับชาวอำเภอปากคาด เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น นับตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดบึงกาฬ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอปากคาด มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ที่จุดวัดระดับน้ำบ้านพันลำ อำเภอเมืองบึงกาฬ วัดได้ 12.38 เมตร ซึ่งต่ำกว่าตลิ่ง 1.62 เมตร แต่เพิ่มขึ้น 33 เซนติเมตรจากวันก่อนหน้า และในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ระดับน้ำที่จุดวัดบ้านพันลำสูงถึง 12.55 เมตร เพิ่มขึ้น 25 ซม. ทำให้ล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ริมโขงใน 4 อำเภอ ซึ่งรวมถึงอำเภอปากคาดด้วย

ระดับน้ำที่น่ากังวลและผลกระทบ

มวลน้ำที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์ ผนวกกับมวลน้ำเหนือจากจังหวัดเลยและจังหวัดหนองคาย รวมถึงปริมาณน้ำจากภูเขาควายในฝั่ง สปป.ลาว ที่ไหลระบายลงมาตามลำห้วยสาขาและแม่น้ำสายหลักของฝั่ง สปป.ลาว เช่น แม่น้ำงึม แม่น้ำเงียบ และแม่น้ำปากซัน ก่อนไหลมาบรรจบกันในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง สถานการณ์นี้ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 16,000 ไร่ใน 7 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ รวมถึงอำเภอปากคาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณลานพญานาค ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญริมแม่น้ำโขงของอำเภอปากคาด ได้รับผลกระทบจากน้ำที่เอ่อล้นเข้าท่วม ทำให้ถนนริมโขงระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตรถูกน้ำท่วมสูงจนเทศบาลต้องประกาศงดใช้เส้นทางเพื่อความปลอดภัย

ความท้าทายด้านสาธารณูปโภค

นอกจากการเกษตรแล้ว มวลน้ำที่ไหลแรงยังพัดพาเอาเศษซากกิ่งไม้และวัชพืชจำนวนมากมาเกาะติดกับแพสูบน้ำประปาของอำเภอปากคาด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันผลักดันเศษซากไม้ออกตลอดเวลาเพื่อป้องกันความเสียหาย ในบางช่วง การประปาส่วนภูมิภาคสาขาโพนพิสัยถึงกับต้องแจ้งหยุดจ่ายน้ำเป็นการชั่วคราวในพื้นที่อำเภอปากคาด เนื่องจากระบบผลิตน้ำประปาชำรุดและต้องใช้เวลาซ่อมแซม ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับความไม่สะดวกในการใช้น้ำอุปโภคบริโภค

วิถีชีวิตที่ผูกพัน: ปากคาดกับแม่น้ำโขง

ชาวปากคาดเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่คู่กับแม่น้ำโขงมาหลายชั่วอายุคน ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรริมฝั่ง การประมง หรือการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศของแม่น้ำ ทำให้มีความเข้าใจธรรมชาติของสายน้ำแห่งนี้เป็นอย่างดี แม่น้ำโขงเป็นทั้งเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตและอาชีพเกษตรกรรม เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นของชาวปากคาด

เกษตรกรรมริมฝั่ง: รากฐานเศรษฐกิจชุมชน

ด้วยสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีความชื้นและอากาศเย็นสบายจากอิทธิพลของแม่น้ำโขง ทำให้ปากคาดเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรหลากหลายชนิด ผลไม้ที่โดดเด่นและมีรสชาติเป็นเลิศไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ มะม่วง สับปะรด กล้วย และน้อยหน่า ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตที่สร้างรายได้หลักและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนตลอดทั้งปี นอกจากการทำสวนไม้ผลแล้ว ชาวบ้านยังประกอบอาชีพปลูกข้าวและยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกด้วย แม้ในเดือนมกราคม 2563 พื้นที่ปากคาดเคยประสบปัญหาภัยแล้งจนนาข้าวแห้งตายกว่าหมื่นไร่ แต่ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขง ก็ทำให้พื้นที่นี้กลับมาฟื้นตัวได้

ประเพณีและวัฒนธรรม: สายสัมพันธ์ที่ไม่เคยจางหาย

“งานวันผลไม้ บั้งไฟประเพณี ของดีเมืองปากคาด” เป็นงานประจำปีที่เทศบาลตำบลปากคาดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการบูรณาการงานสองส่วนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว คือ “สัปดาห์วันผลไม้” และ “งานประเพณีบุญบั้งไฟ” วัตถุประสงค์หลักของการจัดงานคือเพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรและของดีจากตำบลต่าง ๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง งานบุญบั้งไฟเป็นหนึ่งในฮีตสิบสองเดือนที่สำคัญของชาวอีสาน ซึ่งรวมถึงชาวอำเภอปากคาดด้วยเช่นกัน ประเพณีนี้หยั่งรากลึกในความเชื่อและศรัทธาที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบูชาพญาแถน เทพเจ้าแห่งฝน ขอให้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ และการทำมาหากินราบรื่น งานบุญบั้งไฟประเพณี “ของดีเมืองปากคาด” ประจำปี 2569 ก็ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ลานพญานาค เทศบาลตำบลปากคาด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬและรองนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นประธานในการเปิดงาน นอกจากนี้ อำเภอปากคาดยังเป็นหนึ่งในจุดสำคัญสำหรับการชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในวันออกพรรษาอีกด้วย โดยมีจุดชมหลักบริเวณลานพญานาค ริมแม่น้ำโขงบ้านท่าสวรรค์ ริมแม่น้ำโขงบ้านท่าสุขสันต์ และริมแม่น้ำโขงบ้านเวินโดน

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจทางวัฒนธรรมคือ “กลุ่มทอผ้าบ้านโนนศิลา” ตำบลโนนศิลา อำเภอปากคาด แหล่งผลิตผ้าทอมือและผ้าหมักโคลนสีธรรมชาติอันเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งยังคงสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น ผ้าฝ้ายหมักโคลนมีความพิเศษตรงที่นุ่ม ใส่สบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ได้รับการส่งเสริมเพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอย่างยั่งยืน

พลังชุมชน: การรับมือและก้าวต่อไป

ท่ามกลางความท้าทายจากธรรมชาติ ชาวปากคาดและหน่วยงานภาครัฐได้ร่วมกันแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีและการปรับตัว

การเฝ้าระวังและการเตรียมพร้อม

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชน และเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุอย่างทันท่วงที องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอปากคาดได้เตรียมกระสอบทรายแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุอุทกภัย นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงทันทีหากมีการแจ้งเตือน

การฟื้นฟูและส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

การพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะที่ลานพญานาค ได้รับการพิจารณาเป็นโครงการเร่งด่วนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่สาธารณะให้สอดรับกับกิจกรรมนันทนาการและรองรับกิจกรรมด้านประเพณีวัฒนธรรมของคนในชุมชน โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะเพิ่มศักยภาพของพื้นที่สาธารณะ ให้ประชาชนมีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีของชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์ OTOP ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

ความหวังและอนาคตที่ยั่งยืน

แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำโขงที่ผันผวน แต่ชาวอำเภอปากคาดยังคงยึดมั่นในวิถีชีวิตดั้งเดิม พร้อมปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เช่นผ้าทอหมักโคลน จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับปากคาด ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน อำเภอปากคาดจะยังคงเป็นดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ริมฝั่งโขง ที่เปี่ยมด้วยพลังใจและความพร้อมที่จะก้าวผ่านทุกความท้าทาย เพื่อรักษารากเหง้าอันทรงคุณค่าและสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับชุมชนต่อไป

🏨 แนะนำโรงแรมและที่พักในอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ

สำหรับนักเดินทางที่กำลังวางแผนมาท่องเที่ยว พักผ่อน หรือทำธุระในอำเภอปากคาด สามารถค้นหาและจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ทริมแม่น้ำโขง บรรยากาศดี ในราคาประหยัดและคุ้มค่าที่สุด พร้อมรับสิทธิ์และข้อเสนอพิเศษสำหรับการจองออนไลน์ผ่าน Agoda ได้ทันที

เตรียมตัวเดินทางมาเที่ยวอำเภอปากคาด?

ค้นหาที่พัก โรงแรม หรือรีสอร์ทบรรยากาศดีริมแม่น้ำโขงในอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ รับสิทธิ์จองในราคาคุ้มค่าและโปรโมชั่นพิเศษสุดจาก Agoda วันนี้

ดูราคาและห้องพักว่างในปากคาด (Agoda)